[PR] Gain and Get More Likes and Followers on Instagram.

#พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

MOST RECENT

@Regranned from @khunchaiyod9t
#บันทึกประวัติศาสตร์ “ เริ่มต้นรัชกาลปรัตยุบัน "

วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะองค์รัชทายาท ทรงเสด็จดำรงสิริราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

เหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตลงทั้งๆ ที่พระองค์นั้นได้รับการสถาปนาตั้งไว้ในพระรัชทายาทสืบพระราชสันตติวงศ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๗
แต่ก็ทรงเศร้าสลด ไม่มีพระราชประสงค์ที่จะแลกสิริราชสมบัติสำหรับพระองค์เองกับการสูญเสียพระชนมชีพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ จนกระทั่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเป็นทูลกระหม่อมอาแท้ ๆ ทูลเชิญเสด็จลงที่ห้องแป๊ะเต๋งบนชั้น ๒ พระที่นั่งอัมพรสถาน และท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ผู้ใหญ่ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ที่ชุมนุมอยู่ ทูลกระหม่อมอา ได้คุกพระชงฆ์ลงกับพื้นกราบถวายบังคมอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมเด็จเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และทันใดทุกท่านที่ชุมนุมอยู่ที่นั้น ก็ได้คุกเข่าลงกราบถวายบังคมทั่วกัน ....เมื่อนั้นรัชกาลปรัตยุบันก็เริ่มต้นขึ้น

จากในภาพ ล้นเกล้าฯทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทอง ทรงพระชฏาพระมหากฐินน้อย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ แวดล้อมด้วยเครื่องอิสริยราชูปโภค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช

ที่มา : ขอขอบคุณภาพพระบรมฉายาลักษณ์ จากกลุ่มลักษณะไทยและเรื่องราวอันทรงคุณค่า จากเว็บไซต์ www.trangzone.com/webboard_show.php?ID=32068 และวิกิพีเดีย
#วชิราวุธ #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingvajiravudh #myking #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ - #regrann

@Regranned from @khunchaiyod9t - #บันทึกประวัติศาสตร์ ”เริ่มต้นรัชกาลปรัตยุบัน "

วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะองค์รัชทายาท ทรงเสด็จดำรงสิริราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตลงทั้งๆ ที่พระองค์นั้นได้รับการสถาปนาตั้งไว้ในพระรัชทายาทสืบพระราชสันตติวงศ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๗
แต่ก็ทรงเศร้าสลด ไม่มีพระราชประสงค์ที่จะแลกสิริราชสมบัติสำหรับพระองค์เองกับการสูญเสียพระชนมชีพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ จนกระทั่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเป็นทูลกระหม่อมอาแท้ ๆ ทูลเชิญเสด็จลงที่ห้องแป๊ะเต๋งบนชั้น ๒ พระที่นั่งอัมพรสถาน และท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ผู้ใหญ่ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ที่ชุมนุมอยู่ ทูลกระหม่อมอา ได้คุกพระชงฆ์ลงกับพื้นกราบถวายบังคมอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมเด็จเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และทันใดทุกท่านที่ชุมนุมอยู่ที่นั้น ก็ได้คุกเข่าลงกราบถวายบังคมทั่วกัน ....เมื่อนั้นรัชกาลปรัตยุบันก็เริ่มต้นขึ้น

จากในภาพ ล้นเกล้าฯทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทอง ทรงพระชฏาพระมหากฐินน้อย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ แวดล้อมด้วยเครื่องอิสริยราชูปโภค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ............................
ที่มา : ขอขอบคุณภาพพระบรมฉายาลักษณ์ จากกลุ่มลักษณะไทยและเรื่องราวอันทรงคุณค่า จากเว็บไซต์ www.trangzone.com/webboard_show.php?ID=32068 และวิกิพีเดีย #วชิราวุธ #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingvajiravudh #myking #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ - #regrann

#บันทึกประวัติศาสตร์ ”เริ่มต้นรัชกาลปรัตยุบัน "

วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะองค์รัชทายาท ทรงเสด็จดำรงสิริราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตลงทั้งๆ ที่พระองค์นั้นได้รับการสถาปนาตั้งไว้ในพระรัชทายาทสืบพระราชสันตติวงศ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๗
แต่ก็ทรงเศร้าสลด ไม่มีพระราชประสงค์ที่จะแลกสิริราชสมบัติสำหรับพระองค์เองกับการสูญเสียพระชนมชีพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ จนกระทั่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเป็นทูลกระหม่อมอาแท้ ๆ ทูลเชิญเสด็จลงที่ห้องแป๊ะเต๋งบนชั้น ๒ พระที่นั่งอัมพรสถาน และท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ผู้ใหญ่ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ที่ชุมนุมอยู่ ทูลกระหม่อมอา ได้คุกพระชงฆ์ลงกับพื้นกราบถวายบังคมอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมเด็จเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และทันใดทุกท่านที่ชุมนุมอยู่ที่นั้น ก็ได้คุกเข่าลงกราบถวายบังคมทั่วกัน ....เมื่อนั้นรัชกาลปรัตยุบันก็เริ่มต้นขึ้น

จากในภาพ ล้นเกล้าฯทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทอง ทรงพระชฏาพระมหากฐินน้อย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ แวดล้อมด้วยเครื่องอิสริยราชูปโภค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ............................
ที่มา : ขอขอบคุณภาพพระบรมฉายาลักษณ์ จากกลุ่มลักษณะไทยและเรื่องราวอันทรงคุณค่า จากเว็บไซต์ www.trangzone.com/webboard_show.php?ID=32068 และวิกิพีเดีย #วชิราวุธ #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingvajiravudh #myking #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

#เรื่องเล่าจากภาพถ่าย "เจ้าคุณรามฯ เจ้าพระยาที่อายุน้อยที่สุดในสยาม" ชายในภาพ ท่านคือบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยช่วงรัชกาลที่๖
พลเอก พลเรือเอก มหาเสวกเอก เจ้าพระยารามราฆพ (๕ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๓- ๒๑ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๐) อดีตองคมนตรี อดีตสมุหราชองครักษ์ อดีตสมุหพระราชมนเทียร อดีตประธานกรรมการพระราชสำนักและ อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์คนแรก

ปี พ.ศ. ๒๔๖๔ขณะอายุได้ ๓๑ปี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระยาประสิทธิ์ศุภการ ขึ้นเป็นเจ้าพระยารามราฆพ มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฎว่า "เจ้าพระยารามราฆพ พัชรพัลลภมหาสวามิภักดิ์ สมัครพลวโรปนายก สุรเสวกวิศิษฏ์คุณ พึ่งบุญพงศ์บริพัตร นฤปรัตนราชสุปรีย์ ศรีรัตนไตรสรณธาดา เมตตาภิรัตมัทวสมาจาร สัตยวิธานอาชวาธยาศัย อภัยพิริยบรากรมพาหุ คชนาม" มีศักดินา ๑๐๐๐๐

หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว เจ้าพระยารามราฆพ จึงออกไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถึงพ.ศ.๒๔๗๗จึงเดินทางกลับประเทศไทย ได้พำนักอยู่ที่บ้านบุญญาศรัย ถนนราชดำริ ๑ปี จึงมาพำนักที่บ้านนรสิงห์ ถึงปี พ.ศ.๒๔๘๔ ขายบ้านนรสิงห์ให้รัฐบาล แล้วย้ายไปพำนักที่บ้านท่าเกษม ตำบลบางขุนพรหม ถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงขายบ้านท่าเกษมให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (เป็นโรงพิมพ์ธนบัตร ในปัจจุบันนี้) ท้ายที่สุด ในรัชกาลที่๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบ้านให้พำนัก ที่ถนนเจริญนคร ฝั่งธนบุรี ท่านขนานนามบ้านนี้ว่า "บ้านพระขรรค์ชัยศรี" และพำนัก ณ ที่นี้จนถึงอสัญกรรม (อ้างอิง: ภาพเจ้าพระยารามฯ ฉายกับพระนมทัต มารดา ต้นฉบับจากหจช.และข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี )#รัชกาลที่๖ #บ้านนรสิงห์ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #myking #kingofthailand #ภาพเก่า #ภาพเก่าเล่าใหม่ #เกร็ดประวัติศาสตร์

27 พฤศจิกายน "วันสาธารณสุขแห่งชาติ" จัดตั้งขึ้นเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข และถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งการให้ความรู้ด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนคนไทย
.
.
#วันสำคัญ #วันสาธารณสุข #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
#รัชกาลที่6 #กระทรวงสาธารณสุข #yanhee #ยันฮี

#เรื่องเล่าจากภาพถ่าย ”โศกนาฏกรรมแห่งชีวิตพระองค์เจ้าวัลลภาเทวี" พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี พระนามเดิม ว่าหม่อมเจ้าวรรณวิมล วรวรรณ ประสูติ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๕ สิ้นพระชนม์๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๔) เป็นพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กับหม่อมอินทร์ วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นที่รู้จักในฐานะเป็นอดีตพระคู่หมั้นในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับการสถาปนาเป็น "พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี "ทั้งนี้พระองค์เป็นเสือป่าหญิงคนแรกของประเทศไทย และเป็นผู้ริเริ่มการสวมเครื่องประดับที่คาดศีรษะจนเป็นที่นิยมของสตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวงล้นเกล้าฯรัชกาลที่๖ ก็ทรงหันมาใส่พระทัยเรื่องการหาสตรีที่เหมาะสม เพื่อทรงอภิเษกสมรส พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี เป็นสตรีจากราชสกุลวรวรรณ พระองค์แรกที่ได้รับพระเกียรติยศอย่างสูง ในช่วงของการหมั้นนั้น นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งสองพระองค์ เพราะมีพระทัยจดจ่อกันอยู่ตลอดเวลา โดยโปรดให้พระวรกัญญาปทานเสด็จมาประทับ ณ พระตำหนักสวนจิตรลดา ในขณะที่พระองค์เองทรงประทับอยู่ที่วังพญาไท ซึ่งอยู่ใกล้กัน โปรดเสด็จเสวยของว่างและโทรศัพท์คุยหากันเสมอ ๆ

ในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ก็ต่างตื่นเต้นและยินดีกับพระคู่หมั้นทั้งสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เจ้าฟ้าด้วยกัน จึงได้มีการจัดเลี้ยงฉลองหมั้นที่เรียกว่า "สัปเปอร์เจ้าฟ้า" ซึ่งมีเพียงแต่เจ้าฟ้าเท่านั้นที่ประทับโต๊ะสัปเปอร์ แม้แต่ข้าราชการคนสนิทของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่าง พระยาประสิทธิศุภการ และพระยาอนิรุทธเทวาก็ยังไม่มีโอกาสร่วมโต๊ะนอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงคัดเลือกสตรีจากตระกูลชนชั้นสูงเพื่อมาเป็นนางพระกำนัลตามเสด็จพระคู่หมั้นด้วยพระองค์เอง อาทิ ศรี ไกรฤกษ์ และเปรื่อง สุจริตกุล

แต่ภายหลังก็ถูกถอนหมั้นลง โดยล้นเกล้าฯให้เหตุผลว่า "พระราชอัธยาศัยมิได้ต้องกัน" และถูกจำสนมในพระบรมมหาราชวังตลอดรัชกาล ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกษัตริย์องค์ต่อมา จึงมีพระบรมราชโองการให้ปลดปล่อยพระองค์ออกจากพระบรมมหาราชวังขณะมีพระชนมายุได้ ๓๓ พรรษา และพระราชทานวังที่ประทับนาม "พระกรุณานิวาสน์" พระองค์ได้ประทับอยู่อย่างสงบ ตราบจนสิ้นพระชนม์ในอีกหลายปีต่อมา...(อ้างอิง: ข้อมูลจากวิกิพีเดีย บรรยายเพิ่มเติมโดยแอดมิน/ ภาพประกอบจากกลุ่มลักษณะไทย) #thairoyalfamily #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #kingvajiravudh #myking #kingofthailand #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

"คู่สมรสในพระมงกุฎเกล้าฯ" จากซ้ายบน พระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล)/ขวาบน พระนางเธอลักษมีลาวัณ (หม่อมเจ้าวรรณพิมล วรวรรณ)/ซ้ายล่าง สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา (ประไพ สุจริตกุล)/ขวาล่าง พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี (เครือแก้ว อภัยวงศ์) สตรีสูงศักดิ์ทั้งสี่ล้วนมิใช่พระบรมวงศ์ฝ่ายในที่ใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัวมาก่อน ซึ่งพระองค์มีพระประสงค์ที่จะไม่อภิเษกสมรสกับพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และทรงตั้งพระทัยที่จะมีพระราชินีเพียงพระองค์เดียวตามธรรมเนียมตะวันตก และในที่สุดมีเพียงพระองค์เดียวที่ทรงมีพระทายาท นั่นคือพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ทรงมีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี (ภาพพระบรมฉายาลักษณ์จากหนังสือราชพัสตราภรณ์) #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #ภาพเก่าเล่าใหม่ #ภาพเก่า #thairoyalfamily #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้

"ประกาศสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี" ...ด้วยพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ทรงพระครรภ์ จึงเป็นสาเหตุให้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี ตำแหน่งสมเด็จพระอัครมเหสี เมื่อวันที่ ๑มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๕มีพระบรมราชโองการว่า"พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิ์ศจี ได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณมาโดยซื่อสัตย์กตเวที มีความจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า จะทรงสถาปนายกย่องขึ้นให้มีพระอิสริยยศสูงในตำแหน่งพระราชินีก็ควรแล้ว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยยศ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี" (อ้างอิง:เรื่องราวจากวิกิพีเดีย/ภาพประกอบจากวิกิพีเดีย/reurnthai.com) #สมเด็จอินทร์ #สุจริตกุล #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #thairoyalfamily #thairoyal #เกร็ดความรู้ #เกร็ดประวัติศาสตร์

"เข็มข้าหลวงเดิมในร.๖" ในปี พ.ศ.๒๔๕๔ ร.๖ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติเข็มข้าหลวงเดิม ขึ้น ซึ่งเข็มข้าหลวงเดิมนี้ มีลักษณะเป็นเข็มรูปวชิราวุธแนวตั้ง คมเงินด้ามทอง ใช้ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้าย สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้ที่ได้รับราชการในพระองค์มาตั้งแต่ก่อนเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ และคงรับราชการสนองพระเดชพระคุณสืบมาในรัชสมัย โดยผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานเข็มข้าหลวงเดิมนี้ จะต้องมีคุณลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) ผู้ที่ได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมตั้งแต่ก่อนได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ (ข) ถึงแม้มิได้ถวายตัวมีดอกไม้ธูปเทียนก็ตาม ถ้าแม้ได้ทรงใช้สอยอย่างข้าในกรมก็ใช้ได้ (ค) ผู้ที่ได้กระทำราชการ มีตำแหน่งประจำใกล้ชิดพระองค์เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช (ง) เป็นผู้ที่ยังคงรับราชการอยู่ในรัชสมัย หรือได้รับราชการมาแล้วโดยไม่มีความผิด
เข็มข้าหลวงเดิมนี้ เมื่อแรกพระราชทานมีแต่เฉพาะฝ่ายหน้า ตัวเข็มสูง ๗.๗ เซนติเมตร ต่อมาวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๓ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ออกประกาศ "กฑเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเข็มข้าหลวงเดิม พระพุทธศักราช ๒๔๕๔" โดยโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มเติมเข็มข้าหลวงเดิมสำหรับสตรี มีขนาดสูง ๕.๕ เซนติเมตร พระราชทานเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติยศแก่ข้าราชบริพารฝ่ายในที่เคยรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาแต่ก่อนเสด็จเสวยราชย์สมบัติ
อนึ่งนอกจากเข็มข้าหลวงเดิมที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแก่ข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายในแล้ว ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเข็มวชิราวุธแบบคมเดี่ยวแนวตั้งขนาด ๓.๕ เซนติเมตร .ด้วยโลหะสีเงิน ใช้ประดับที่บ่าเสื้อนายเสือป่าเป็นเครื่องหมายว่า ผู้ที่ประดับเข็มนี้เป็นผู้ที่สังกัดในกองร้อยหลวงหรือกองร้อยที่ ๑ ของกรมเสือป่าที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษ (อ้างอิง:ข้อมูลจากhttp://www.vajiravudh.ac.th/VC_Annals/vc_annal66.htm /ภาพเข็มข้าหลวงเดิมสำหรับบุรุษโดยคุณแจ็ค) #ข้าหลวง #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingvachiravut #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #เครื่องราชอิสริยาภรณ์

"พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๖ ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเสือป่าหลวง"

กองเสือป่า (อังกฤษ: Wild Tiger Corps) เป็นกองกำลังกึ่งทหารที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะกองอาสาสมัครรักษาดินแดนหน่วยงานแรกในประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ ๑พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๔เพื่อฝึกอบรมข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ให้ได้รับการฝึกหัดอย่างทหาร ให้เป็นราษฎรที่มีคุณภาพ มีวินัย เคารพกฎหมายบ้านเมือง มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และส่งเสริมความสามัคคี โดยเสือป่าทำหน้าที่ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่รักษาความสงบทั่วไปในบ้านเมือง ทั้งนี้ กิจการลูกเสือไทยซึ่งได้จัดตั้งขึ้นในเวลาต่อมาถือเป็นสาขาหนึ่งของกองเสือป่าด้วย

#น้อมฯรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 🙏🙏🙏 (อ้างอิง: ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี/ภาพเข็มประจำตัวเสือป่าหลวงโดยแอดมิน) #เสือป่า #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้

@Regrann from @khunchaiyod9t - " เริ่มต้นรัชกาลปรัตยุบัน "

วันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะองค์รัชทายาท ทรงเสด็จดำรงสิริราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เหตุการณ์ในวันนั้น เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคตลงทั้งๆ ที่พระองค์นั้นได้รับการสถาปนาตั้งไว้ในพระรัชทายาทสืบพระราชสันตติวงศ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๓๗
แต่ก็ทรงเศร้าสลด ไม่มีพระราชประสงค์ที่จะแลกสิริราชสมบัติสำหรับพระองค์เองกับการสูญเสียพระชนมชีพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ จนกระทั่งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งทรงเป็นทูลกระหม่อมอาแท้ ๆ ทูลเชิญเสด็จลงที่ห้องแป๊ะเต๋งบนชั้น ๒ พระที่นั่งอัมพรสถาน และท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ผู้ใหญ่ องคมนตรี และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ที่ชุมนุมอยู่ ทูลกระหม่อมอา ได้คุกพระชงฆ์ลงกับพื้นกราบถวายบังคมอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมเด็จเป็นพระเจ้าแผ่นดินสืบสนองพระองค์สมเด็จพระบรมชนกนาถ และทันใดทุกท่านที่ชุมนุมอยู่ที่นั้น ก็ได้คุกเข่าลงกราบถวายบังคมทั่วกัน ....เมื่อนั้นรัชกาลปรัตยุบันก็เริ่มต้นขึ้น

จากในภาพ ล้นเกล้าฯทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ทรงฉลองพระองค์ครุยกรองทอง ทรงพระชฏาพระมหากฐินน้อย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ แวดล้อมด้วยเครื่องอิสริยราชูปโภค ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช ............................
ที่มา : ขอขอบคุณภาพพระบรมฉายาลักษณ์ และเรื่องราวอันทรงคุณค่า จากเว็บไซต์ www.trangzone.com/webboard_show.php?ID=32068 และวิกิพีเดีย #วชิราวุธ #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingvachiravut #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้ #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

@Regrann from @khunchaiyod9t - "พระมงกุฎเกล้าฯกับพระนิรโรคันตราย"
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงหายจากการประชวรในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ (ค.ศ. 1924) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเทพรจนา (สิน ปฏิมาประกร) หล่อพระพุทธนิรโรคันตรายขึ้น โดยมีพระราชดำริที่จะให้มีการฉลองสิริราชสมบัติครบ ๑๕ ปี เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมกับทรงหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๑๖ องค์ ขนานนามว่า “พระนิรโรคันตราย” เพื่อพระราชทานไว้ยังพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกาย (ทศพล ๒๕๔๕, ๕๑) แต่หลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองได้ ๑๗ วัน ก็เสด็จสวรรคต ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ (ค.ศ. 1925) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระนิรโรคันตรายไปยังพระ อารามฝ่ายมหานิกาย ๑๕ องค์ ส่วนอีกองค์หนึ่ง ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระนิรโรคันตรายมีพุทธลักษณะคล้ายพระพุทธชินราช แตกต่างกันตรงที่เป็นปางสมาธิแทนปางมารวิชัย นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาคสองตนแปลงเป็นมนุษย์ซึ่งขาด้านหน้าเป็นขามนุษย์ ขาด้านหลังเป็นหางนาค เชิญฉัตร และเชิญพัดโบก ด้านละตน พระพุทธนิรโรคันตรายนี้ถือได้ว่า เป็นตัวอย่างของงานช่างแบบ ไทยประเพณีประยุกต์ ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชกาลนี้/ (cr. ข้อมูล laksanathai.com /ภาพพระนิรโรคันตราย บันทึกโดยแอดมิน /ภาพลงสีโดยน้องพีท เซบาสเตรียน พีท)
#พระพุทธรูป #พระนิรโรคันตราย #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้

"พระมงกุฎเกล้าฯกับพระนิรโรคันตราย"
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงหายจากการประชวรในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ (ค.ศ. 1924) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเทพรจนา (สิน ปฏิมาประกร) หล่อพระพุทธนิรโรคันตรายขึ้น โดยมีพระราชดำริที่จะให้มีการฉลองสิริราชสมบัติครบ ๑๕ ปี เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมกับทรงหล่อพระพุทธรูปขึ้น ๑๖ องค์ ขนานนามว่า “พระนิรโรคันตราย” เพื่อพระราชทานไว้ยังพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกาย (ทศพล ๒๕๔๕, ๕๑) แต่หลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองได้ ๑๗ วัน ก็เสด็จสวรรคต ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ (ค.ศ. 1925) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระนิรโรคันตรายไปยังพระ อารามฝ่ายมหานิกาย ๑๕ องค์ ส่วนอีกองค์หนึ่ง ประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระนิรโรคันตรายมีพุทธลักษณะคล้ายพระพุทธชินราช แตกต่างกันตรงที่เป็นปางสมาธิแทนปางมารวิชัย นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนาคสองตนแปลงเป็นมนุษย์ซึ่งขาด้านหน้าเป็นขามนุษย์ ขาด้านหลังเป็นหางนาค เชิญฉัตร และเชิญพัดโบก ด้านละตน พระพุทธนิรโรคันตรายนี้ถือได้ว่า เป็นตัวอย่างของงานช่างแบบ ไทยประเพณีประยุกต์ ซึ่งเริ่มขึ้นในรัชกาลนี้/ (cr. ข้อมูล laksanathai.com /ภาพพระนิรโรคันตราย บันทึกโดยแอดมิน /ภาพลงสีโดยน้องพีท เซบาสเตรียน พีท)
#พระพุทธรูป #พระนิรโรคันตราย #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #เกร็ดประวัติศาสตร์ #เกร็ดความรู้

พระนิรโรคันตราย"

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ ขอนำเสนอความเป็นมาในการจัดสร้าง "พระนิรโรคันตราย" พระพุทธรูปสำคัญอีกองค์หนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ กล่าวคือ เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ทรงหายจากพระประชวรหนัก ในปี พ.ศ.๒๔๖๗จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเทพรจนา (สิน ปฏิมาประกร) ปั้นหล่อพระพุทธรูปขึ้น เป็นพระพุทธรูปกะไหล่ทอง ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง ๖นิ้ว สูงจากหน้าตักจรดยอดพระเกศเมาฬี ๙.๕นิ้ว และสูงจากฐานจรดยอดพระเกศเมาฬี ๑๓.๕นิ้ว ที่เบื้องซ้ายและขวาขององค์พระมีรูปนาคแปลงมีมนุษย์ คือ มีรูปนาคเจ็ดเศียรอยู่เหนือศีรษะซึ่งมีหน้าเป็นมนุษย์ มีเขี้ยว ๒ข้างที่มุมปาก ลำตัวด้านหน้าเป็นมนุษย์ ส่วนด้านหลังเป็นเกล็ดนาค มีขาข้างหนึ่งเป็นขามนุษย์ และอีกข้างหนึ่งเป็นขดหางนาค เชิญฉัตรกั้น ๑เชิญพัดโบก ๑

เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๗เสวยราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๘เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามพระนิโรคันตรายใหม่ว่า "พระนิรโรคันตราย" (อ้างอิง:ข้อมูลจากคอลัมน์พันธุ์แท้พระเครื่อง โดยราม วัชรประดิษฐ์ เผยแพร่ใน www.itti-patihan.com/พระนิรโรคันตราย-ประวัติพระนิรโรคันตราย-ตำนานพระนิรโรคันตราย.html) #thairoyal #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #รัชกาลที่๖ #พระพุทธรูปสำคัญ #budhaimage #อรุณสวัสดิ์

ความหมายของคำว่า “มหาธีรราชเจ้า”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ.๒๕๔๒ ได้ให้ความหมายของคำว่า “มหาราช” และ “ธีร” ไว้ดังนี้ มหาราช หมายถึง คำซึ่งมหาชนถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน หรือหมายถึงชื่อธงประจำพระองค์พระเจ้าแผ่นดิน เรียกว่า ธงมหาราช อีกความหมายหนึ่งคือ ชื่อกัณฑ์ที่ ๑๑ ของมหาชาติ ธีร, ธีระ หมายถึง นักปราชญ์ ดังนั้น คำว่า “มหาธีรราชเจ้า” คือ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ที่เปี่ยมไปด้วยพระสติปัญญาและพระปรีชาชาญ
ที่มาของคำว่า “มหาราช”การถวายพระราชสมัญญาว่า “มหาราช” แด่พระมหากษัตริย์ของไทยในอดีตนั้น ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เป็นมติของมหาชนในสมัยต่อมาที่รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้ถวายพระราชสมัญญาต่อท้ายพระนามว่ามหาราช หรือพระราชสมัญญาอื่นที่แสดงถึงพระเกียรติคุณเฉพาะพระองค์ซึ่งยอมรับในการขานพระนามสืบมา ที่มาของพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า”พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” เพราะทรงเป็นปราชญ์ทางอักษรศาสตร์ และยังทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมประเภทต่างๆ เป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันสามารถรวบรวมไว้ได้จำนวน ๑,๒๓๖ เรื่อง นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงบัญญัติศัพท์และทรงตั้งนามสกุลพระราชทานจำนวน ๖,๔๓๒ นามสกุล (อ้างอิง โพสต์ของWongsakorn. Sebastian Thoongtong พระบรมฉายาลักษณ์ลงสี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ข้อมูลโดย Chuenhathai /ลงสีโดย เซบาสเตรียน พีท) #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #ภาพเก่าเล่าใหม่ #ภาพเก่า #thaihistory

"พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" ตอนที่ (๒)
ความเป็นมาของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ ตั้งอยู่ ต.ห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พระราชนิเวศน์แห่งนี้เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ใหญ่ใน พ.ศ.๒๔๖๖ โดยที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการก่อสร้างและพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง เพื่อให้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์โดยให้มีลักษณะเป็นพระราชวังที่มีความเรียบง่ายที่สุดซึ่งสร้างตามพระราชประสงค์ของพระองค์ เพื่อไม่ให้เป็นการเปลืองพระราชทรัพย์จนเกินไปโดยพระองค์เสด็จมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์แห่งนี้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.๒๔๖๗ เป็นเวลา ๓เดือน และครั้งที่สองในปีเดียวกัน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เสด็จมาประทับอีกเลยเนื่องจาก ๕เดือนต่อมาพระองค์ก็ทรงเสด็จสวรรคต ณ พระบรมมหาราชวัง

พระราชนิเวศน์แห่งนี้ มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ สืบเนื่องมาจากเมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ทรงพระครรภ์นั้น พระมหาธีรราชเจ้าทรงพระเกษมสำราญยิ่งด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระราชปิโยรส แต่ความหวังทั้งมวลก็สิ้น สลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้ ยามนั้นพระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้ อย่างไรก็ดี พระราชนิเวศน์ยังเป็นสถานที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงบังเกิดพระราชประดิพัทธ์ในความรักครั้งต่อมากับคุณสุวัทนา ซึ่งต่อมาทรงสถาปนาเป็นเจ้าจอมสุวัทนา และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ตามลำดับ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันพร้อมด้วย พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ซึ่งมีพระครรภ์พระหน่อ อีกครั้งระหว่างวันที่ ๑๒ เมษายน ถึงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๖๘ การเสด็จครั้งนี้เสมือน หนึ่งการเสด็จมาเพื่ออำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้ เพราะเมื่อเสด็จกลับพระนคร อีก ๕เดือนพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประสูติพระราชธิดาแล้ว วันรุ่งขึ้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต

ที่มา: ข้อมูลเรียบเรียงขึ้นจาก travel.mthai.com และวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี/ ขอขอบพระคุณภาพประกอบที่สวยงามและทรงคุณค่าจาก reurnthai.com และ dooasia.com #พระราชนิเวศมฤคฑายวัน😊 #รัชกาลที่๖ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #kingrama6 #ราตรีสวัสดิ์

"เทวานุสาวรีย์พระแม่ธรณีบีบมวยผม"

เดิมการสร้างพระแม่ธรณีบิดม้วยผมมีมาก่อนหน้านี้แล้วที่สนามหลวง (เดิมเรียกว่า อุทกทาน) โดยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง ทรงสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และประทานให้เป็นสาธารณสมบัติให้ประชาชนได้ใช้น้ำสะอาดบริโภค โดยน้ำจะไหลจากมวยผมพระแม่ธรณี ลงหม้อน้ำขนาดใหญ่ ปัจจุบัน พระแม่ธรณีบิดม้วยผม นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของประชาชน

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงยึดมั่นในพระแม่ธรณีเป็นตัวแทนของการบริการน้ำให้กับชุมชนดังตัวอย่างเมืองประชาธิปไตย การสร้างดุสิตราชธานีจะมีพระแม่ธรณีประดิษฐานอยู่ที่มุมถนน สำหรับส่งน้ำประปาให้กับดุสิตราชธานี

จากพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกล่าวในพระราชดำรัสตอบในการเปิดการประปากรุงเทพฯ ณ โรงกรองน้ำสามเสน เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๗ กับเจ้าพระยายมราช และเจ้าหน้าที่ของการประปากรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการนำพระแม่ธรณีบิดมวยผม เข้ามาเป็นสัญลักษณ์แทนการประปาและแทนน้ำสะอาดดังนี้ “การที่เจ้าพระยายมราช และข้าราชการและเจ้าหน้าที่ซึ่งได้พร้อมใจกัน ทำการนี้สำเร็จประกอบด้วยอุสาหะวิริยภาพอย่างยิ่งดังนี้ ก็เพราะมีกตัญญูกตเวทีธรรมเป็นเครื่องหนุนใจ เพื่อให้ทำการให้สมควรตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ผู้ทรงเริ่มทรงดำริ และให้สมประสงค์ของเราผู้เป็นทายาทรับราชภาระอันนั้นสืบต่อมา ควรได้ความชมเชยแลได้รับความขอบใจของเรา..." ที่มา : ร้อยเรียงเรื่องราวจาก thairunning.com/40yearmwa/land_mother.htm : ขอขอบคุณภาพประกอบเทวานุสาวรีย์พระแม่ธรณี จากเวปไซด์เดียวกัน, อ้างแล้ว และภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๖ จาก www.scg.co.th #siam #kingrama6 #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #การประปา #แม่พระธรณี #ประวัติศาสตร์ #thaihistory

#Repost @khunchaiyod9t with @repostapp
・・・
"เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่๖"

เหรียญรัตนาภรณ์จัดเป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์นับเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาส่วนพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานแก่ผู้ใดก็แล้วแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร ผู้ที่ได้รับพระราชทานจะได้รับประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกรประจำพระองค์กำกับไว้ หากได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ในชั้นที่สูงขึ้นต้องส่งเหรียญดวงเดิมคืน แต่หากผู้ได้รับพระราชทานเหรียญวายชนม์ เหรียญก็จะตกทอดแก่ทายาท ซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทายาทสามารถใช้เหรียญร้อยสร้อยสวมคอได้แต่จะนำไปร้อยแพรแถบเพื่อเอาไปประดับไม่ได้ นอกจากนี้ ผู้ได้รับพระราชทานสามารถเขียนอักษรย่อของเหรียญที่ได้รับพระราชทานไว้ท้ายชื่อด้วย

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๓ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นรูปไข่ มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ในพวงมาลาและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น ๕ ชั้นได้แก่

ชั้นที่ ๑ ย่อว่า ว.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรล้วน
ชั้นที่ ๒ ย่อว่า ว.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีดำ ขอบพวงมาลาประดับเพชร
ชั้นที่ ๓ ย่อว่า ว.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีดำ ขอบลงยาราชาวดีสีแดง
ชั้นที่ ๔ ย่อว่า ว.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ทองคำ ขอบลงยาราชาวดีสีแดง
ชั้นที่ ๕ ย่อว่า ว.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ทอง ขอบสร่งเงิน เครื่องหมายแพรแถบ พื้นสีเหลือง มีริ้วดำ ๒ข้าง เหมือนกันทั้ง ๕ชั้น โดยสำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษไม่ผูก ใช้กลัดอกเสื้อ

จากในภาพคือเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่๖ ชั้นที่๕ (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.wikiwand.com/th/เหรียญรัตนาภรณ์) #เหรียญรัตนาภรณ์ #วชิราวุธ #พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว #น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ #kingrama6

Most Popular Instagram Hashtags